เทคโนโลยี
และนวัตกรรมการศึกษา
นวัตกรรมและเทคโนโลยีมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษา
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
การเรียนรู้ ทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
นวัตกรรมเป็นจุดเริ่มต้นของ
เทคโนโลยี ถ้าไม่เกิดนวัตกรรมเทคโนโลยีก็ไม่เกิด
การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาบูรณาการใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษานั้น จำเป็นที่จะต้องทราบความหมายของนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้เข้าใจ
อย่างชัดเจนเสียก่อน รวมถึงควรทราบขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีที่นามาใช้ประโยชน์ในวงการศึกษาด้วย
ความหมายของนวัตกรรม
“นวัตกรรม” หมายถึง ความคิด การปฏิบัติ
หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน
หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว
ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น เมื่อนำ
นวัตกรรมมาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูง กว่าเดิม
ทั้งยังช่วย ประหยัดเวลาและแรงงานได้ด้วย
“นวัตกรรม” (Innovation) มีรากศัพท์มาจาก innovate ใน ภาษาลาติน แปลว่า
ทำสิ่งใหม่ขึ้นมา ความหมายของนวัตกรรมในเชิงเศรษฐศาสตร์คือ
การนำแนวความคิดใหม่หรือการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่แล้วมาใช้ในรูปแบบ ใหม่
เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือก็คือ
”การทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ (Change)
ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราให้กลายมาเป็นโอกาส (Opportunity) และถ่ายทอดไปสู่แนวความคิดใหม่ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม”
แนวความคิดนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยจะเห็นได้จากแนวคิดของนักเศรษฐอุตสาหกรรม เช่น ผลงานของ Joseph
Schumpeter ใน The Theory of Economic Development,1934 โดยจะเน้นไปที่การสร้างสรรค์ การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
อันจะนำไปสู่การได้มาซึ่งนวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Technological Innovation) เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เป็นหลัก
นวัตกรรมยังหมายถึงความสามารถในการเรียนรู้และนำไปปฏิบัติให้เกิดผลได้จริงอีกด้วย
(พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ , Xaap.com)
คำว่า “นวัตกรรม” เป็น คำที่ค่อนข้างจะใหม่ในวงการศึกษาของไทย คำนี้ เป็นศัพท์บัญญัติของคณะกรรมการพิจารณาศัพท์วิชาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ มาจากภาษาอังกฤษว่า Innovation มาจากคำกริยาว่า innovate แปลว่า ทำใหม่ เปลี่ยนแปลงให้เกิดสิ่งใหม่ ในภาษาไทยเดิมใช้คำว่า “นวัตกรรม” ต่อ มาพบว่าคำนี้มีความหมายคลาดเคลื่อน จึงเปลี่ยนมาใช้คำว่า นวัตกรรม (อ่านว่า นะ วัด ตะ กำ) หมายถึงการนำสิ่งใหม่ๆ เข้ามาเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมจากวิธีการที่ทำอยู่เดิม เพื่อให้ใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น ดังนั้นไม่ว่าวงการหรือกิจการใด ๆ ก็ตาม เมื่อมีการนำเอาความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อปรับปรุงงานให้ดีขึ้นกว่าเดิมก็เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรม ของวงการนั้น ๆ เช่นในวงการศึกษานำเอามาใช้ ก็เรียกว่า “นวัตกรรมการศึกษา” (Educational Innovation) สำหรับผู้ที่กระทำ หรือนำความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ มาใช้นี้ เรียกว่าเป็น “นวัตกรรม” (Innovator)
ทอมัส ฮิวช์ (Thomas Hughes) ได้ให้ความหมายของ “นวัตกรรม” ว่า เป็นการนำวิธีการใหม่ ๆ
มาปฏิบัติหลังจากได้ผ่านการทดลองหรือได้รับการพัฒนามาเป็นขั้น ๆ แล้ว
เริ่มตั้งแต่การคิดค้น (Invention) การพัฒนา (Development)
ซึ่งอาจจะเป็นไปในรูปของ โครงการทดลองปฏิบัติก่อน (Pilot
Project) แล้วจึงนำไปปฏิบัติจริง
ซึ่งมีความแตกต่างไปจากการปฏิบัติเดิมที่เคยปฏิบัติมา
มอร์ตัน (Morton,J.A.) ให้ความหมาย “นวัตกรรม” ว่าเป็นการทำให้ใหม่ขึ้นอีกครั้ง (Renewal)
ซึ่ง หมายถึง การปรับปรุงสิ่งเก่าและพัฒนาศักยภาพของบุคลากร
ตลอดจนหน่วยงาน หรือองค์การนั้น ๆ นวัตกรรม
ไม่ใช่การขจัดหรือล้มล้างสิ่งเก่าให้หมดไป แต่เป็นการ ปรับปรุงเสริมแต่งและพัฒนา
ไชยยศ เรืองสุวรรณ (2521 : 14) ได้ให้ความหมาย “นวัตกรรม” ไว้ ว่าหมายถึง วิธีการปฏิบัติใหม่ๆ ที่แปลกไปจากเดิมโดยอาจจะได้มาจากการคิดค้นพบวิธีการใหม่ๆ
ขึ้นมาหรือมีการปรับปรุงของเก่าให้เหมาะสมและสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ได้รับการ ทดลอง
พัฒนาจนเป็นที่เชื่อถือได้แล้วว่าได้ผลดีในทางปฏิบัติ
ทำให้ระบบก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น
จรูญ วงศ์สายัณห์ (2520 : 37) ได้กล่าวถึงความหมายของ “นวัตกรรม” ไว้ว่า “แม้ในภาษาอังกฤษเอง ความหมายก็ต่างกันเป็น 2 ระดับ โดยทั่วไป นวัตกรรม หมายถึง ความพยายามใด ๆ จะเป็นผลสำเร็จหรือไม่ก็ตามเพื่อจะนำสิ่งใหม่ๆเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการที่ทำอยู่เดิมแล้ว กับอีกระดับหนึ่งซึ่งวงการวิทยาศาสตร์แห่งพฤติกรรม ได้พยายามศึกษาถึงที่มา ลักษณะ กรรมวิธี และผลกระทบที่มีอยู่ต่อกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง
จรูญ วงศ์สายัณห์ (2520 : 37) ได้กล่าวถึงความหมายของ “นวัตกรรม” ไว้ว่า “แม้ในภาษาอังกฤษเอง ความหมายก็ต่างกันเป็น 2 ระดับ โดยทั่วไป นวัตกรรม หมายถึง ความพยายามใด ๆ จะเป็นผลสำเร็จหรือไม่ก็ตามเพื่อจะนำสิ่งใหม่ๆเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการที่ทำอยู่เดิมแล้ว กับอีกระดับหนึ่งซึ่งวงการวิทยาศาสตร์แห่งพฤติกรรม ได้พยายามศึกษาถึงที่มา ลักษณะ กรรมวิธี และผลกระทบที่มีอยู่ต่อกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง
นวัตกรรม แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 มีการประดิษฐ์คิดค้น
(Innovation) หรือเป็นการปรุงแต่งของเก่าให้เหมาะสมกับกาลสมัย
ระยะที่ 2 พัฒนาการ (Development)
มีการทดลองในแหล่งทดลองจัดทำอยู่ในลักษณะของโครงการทดลองปฏิบัติก่อน
(Pilot Project)
ระยะที่ 3 การนำเอาไปปฏิบัติในสถานการณ์ทั่วไป
ซึ่งจัดว่าเป็นนวัตกรรมขั้นสมบูรณ์
ณัฐวดี ศรีขวัญแก้ว ได้กล่าวถึงความหมายของนวัตกรรมว่า นวัตกรรม หมายถึง สิ่งที่ทำขึ้นมาใหม่ หรือแปลกไปจากเดิม ซึ่งอาจจะเป็นความคิด วิธีการ หรืออุปกรณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เมื่อนำมาใช้แล้ว จะทำให้งานมีคุณภาพ และประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิม ตัวอย่างเช่น นวัตกรรมยานยนต์ชิ้นนี้ออกแบบทันสมัยล้ำหน้าไปในโลกอนาคต
ณัฐวดี ศรีขวัญแก้ว ได้กล่าวถึงความหมายของนวัตกรรมว่า นวัตกรรม หมายถึง สิ่งที่ทำขึ้นมาใหม่ หรือแปลกไปจากเดิม ซึ่งอาจจะเป็นความคิด วิธีการ หรืออุปกรณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เมื่อนำมาใช้แล้ว จะทำให้งานมีคุณภาพ และประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิม ตัวอย่างเช่น นวัตกรรมยานยนต์ชิ้นนี้ออกแบบทันสมัยล้ำหน้าไปในโลกอนาคต
สรุปได้ว่า
นวัตกรรม หมายถึง สิ่งประดิษฐ์ (วัสดุ อุปกรณ์) หรือเทคนิควิธีการใหม่ๆ ที่นามาใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น
และนวัตกรรมนั้นถ้านามาใช้ในสายงานใดก็จะเรียกชื่อนวัตกรรมตามสายงานนั้น ๆ
กระบวนการเกิดนวัตกรรม
การเกิดนวัตกรรมมีกระบวนการที่สำคัญ
3 ขั้นตอนคือ
1.
มีการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่หรือปรับปรุงของเก่าให้เหมาะสมกับสภาพงาน
2.
มีการตรวจสอบ หรือทดลอง และปรับปรุงพัฒนา
3.
มีการนามาใช้หรือปฏิบัติในสถานการณ์จริง
นวัตกรรมเมื่อถูกนามาใช้จนเคยชินเป็นปกตินิสัยเป็นส่วนหนึ่งของระบบงานแล้ว
เช่นโรงเรียนมีการนาเครื่อง ฉายข้ามศีรษะ มาใช้ในการเรียนการสอนเป็นประจาจนเป็นส่วนหนึ่งของระบบงานแล้ว
ก็จะหมดสภาพความเป็นนวัตกรรมกลายเป็นเทคโนโลยีไป คือโรงเรียนมีการใช้เทคโนโลยีเครื่อง
ฉายข้ามศีรษะในการเรียนการสอน เทคโนโลยีเมื่อถูกใช้ไปนาน ๆ หรือนาไปใช้ต่างสถานที่
ต่างเวลา ต่างโอกาส ก็อาจเกิดปัญหาหรือข้อบกพร่องบางประการ เช่น อาจไม่ได้ผลหรือได้ผลน้อย
ไม่เป็นที่น่าพอใจ จำเป็นต้องมีการดัดแปลง ปรับปรุงหรือคิดค้นสิ่งใหม่ขึ้น
ให้เหมาะสมมีประสิทธิภาพมากยิ่ง ขึ้น

ความหมายของเทคโนโลยี
เทคโนโลยี
(Technology)
เป็นคำมาจากภาษากรีก ว่า Techne หมายถึงศิลปะ
วิทยาศาสตร์ หรือทักษะ (Art,Science or Skill) และมาจากคำภาษาลาตินว่า
Texere มีความหมายว่าการสาน (to Weave) หรือการสร้าง (to Construct) ในภาษากรีกมีคำว่า Technologia
หมายถึงการกระทำอย่าง มีระบบ (Systematic treatment)
1.
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศหมายถึง
อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมประมวล เก็บรักษา
และเผยแพร่ข้อมูลและสารสนเทศโดยรวมทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ฐานข้อมูล และการสื่อสาร
โทรคมนาคม
2.
ความหมายของข้อมูลและสารสนเทศ ระบบสารสนเทศสร้างขึ้นมาเพื่อจุดมุ่งหมายหลายประการจุดมุ่งหมายพื้นฐานประการหนึ่ง
คือ การประมวลข้อมูล (Data) ให้เป็นสารสนเทศ (Information)
และนำไปสู่ความรู้ (Knowledge) ที่ช่วยแก้ปัญหาในการดำเนินงาน
3.
ความหมายของข้อมูล คือ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์
หรือข้อมูลดิบที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล ยังไม่มีความหมายในการนำไปใช้งาน
ข้อมูลอาจเป็นตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์ รูปภาพ เสียง หรือภาพเคลื่อนไหว
4.
ความหมายของสารสนเทศ คือ
ข้อมูลที่ได้ผ่านการประมวลผลหรือจัดระบบแล้ว
เพื่อให้มีความหมายและคุณค่าสำหรับผู้ใช้
เนื้อหา (Content)
ความสมบูรณ์ครอบคลุม (completeness)
ความสัมพันธ์กับเรื่อง (relevance)
ความถูกต้อง (accuracy)
ความเชื่อถือได้ (reliability)
การตรวจสอบได้ (verifiability)
รูปแบบ (Format)
ชัดเจน (clarity)
ระดับรายละเอียด (level of detail)
รูปแบบการนำเสนอ (presentation)
สื่อการนำเสนอ (media)
ความยืดหยุ่น (flexibility)
ประหยัด (economy)
เวลา (Time)
ความรวดเร็วและทันใช้ (timely)
การปรับปรุงให้ทันสมัย (up-to-date)
มีระยะเวลา (time period)
กระบวนการ (Process)
ความสามารถในการเข้าถึง (accessibility)
การมีส่วนร่วม (participation)
การเชื่อมโยง (connectivity)
6.
ความหมายของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management
Information System) ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
คือ ระบบที่รวบรวม ประมวล เก็บรักษา และเผยแพร่สารสนเทศ เพื่อใช้ในการวางแผน
การพัฒนาตัดสินใจ ประสานงาน และควบคุมการดำเนินงาน
7.
องค์ประกอบระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการที่ใช้คอมพิวเตอร์
(Computer-based information systems CBIS) มีองค์ประกอบที่สำคัญ
6 ส่วนคือ ฮาร์ดแวร์ (hardware) ซอฟต์แวร์ (software)
ฐานข้อมูล (database) เครือข่าย (network)
กระบวนการ (procedure) และคน (people)
- ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
ได้แก่ อุปกรณ์ที่ช่วยในการป้อนข้อมูล ประมวลจัดเก็บ และ ผลิต
เอาท์พุทออกมาในระบบสารสนเทศ
- เครือข่าย (Network)
คือ
การเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้มีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน
และช่วยการติดต่อสื่อสาร
- คน (People) เป็น องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในระบบสารสนเทศ ซึ่งได้แก่
บุคคลที่เกี่ยวข้องในระบบสารสนเทศ เช่น ผู้ออกแบบ ผู้พัฒนาระบบ ผู้ดูแลระบบ
และผู้ใช้ระบบ
• ระบบสารสนเทศทำให้การปฏิบัติงานมีความรวดเร็วมากขึ้น
โดยใช้กระบวนการประมวลผลข้อมูลซึ่งจะทำให้สามารถเก็บรวบรวม
ประมวลผลและปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยได้อย่างรวดเร็วระบบสารสนเทศช่วยในการ
จัดเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ หรือมีปริมาณมากและช่วยทำให้การเข้าถึงข้อมูล (access)
เหล่านั้นมีความรวดเร็วด้วย
• ช่วยลดต้นทุน
การที่ระบบสารสนเทศช่วยทำให้การปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ซึ่งมีปริมาณมากมีความสลับซับซ้อนให้ดำเนินการได้โดยเร็ว
หรือการช่วยให้เกิดการติดต่อสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว
ทำให้เกิดการประหยัดต้นทุนการดำเนินการอย่างมาก
• ช่วยให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว
การใช้เครือข่ายทางคอมพิวเตอร์ทำให้มีการติดต่อได้ทั่วโลกภายในเวลาที่รวด เร็ว
ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย กัน
(machine to machine) หรือคนกับคน (human to human) หรือคนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ (human to machine) และการติดต่อสื่อสารดังกล่าวจะทำให้ข้อมูลที่เป็นทั้งข้อความ
เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวสามารถส่งได้ทันที
• ระบบสารสนเทศช่วยทำให้การประสานงานระหว่างฝ่ายต่าง
ๆ เป็นไปได้ด้วยดีโดยเฉพาะหากระบบสารสนเทศนั้นออกแบบ เพื่อเอื้ออำนวยให้หน่วยงานทั้งภายในและภายนอกที่อยู่ในระบบของซัพพลายทั้ง
หมด จะทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
และทำให้การประสานงาน หรือการทำความเข้าใจเป็นไปได้ด้วยดียิ่งขึ้น
• ระบบสารสนเทศช่วยในการตัดสินใจ
ระบบสารสนเทศที่ออกแบบสำหรับผู้บริหาร เช่น
ระบบสารสนเทศที่ช่วยในการสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision support systems) หรือระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร (Executive
support systems) จะเอื้ออำนวยให้ผู้บริหารมีข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจได้ดีขึ้น
อันจะส่งผลให้การดำเนินงานสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ไว้ได้
• ระบบสารสนเทศช่วยในการเลือกผลิตสินค้า/บริการที่เหมาะสมระบบสารสนเทศจะช่วยทำให้
องค์การทราบถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับต้นทุน ราคำในตลาดรูปแบบของสินค้า/บริการที่มีอยู่
หรือช่วยทำให้หน่วยงานสามารถเลือกผลิตสินค้า/บริการที่มีความเหมาะสมกับความ
เชี่ยวชาญ หรือทรัพยากรที่มีอยู่
• ระบบสารสนเทศช่วยปรับปรุงคุณภาพของสินค้า/บริการให้ดีขึ้นระบบสารสนเทศทำให้การ
ติดต่อระหว่างหน่วยงานและลูกค้า สามารถทำได้โดยถูกต้องและรวดเร็วขึ้น
ดังนั้นจึงช่วยให้หน่วยงานสามารถปรับปรุงคุณภาพของสินค้า/บริการให้ตรงกับ
ความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้นและรวดเร็วขึ้นด้วย
• ความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive
Advantage)
• คุณภาพชีวิตการทำงาน (Quality o f
Working Life)
เทคโนโลยีการศึกษาตามแนวคิดทางวิทยาศาสตร์กายภาพ
เป็นการประยุกต์วิทยาศาสตร์ -
กายภาพ (ฟิสิกส์ เคมี
ชีวะ) กับเทคโนโลยีการช่างหรือวิศวกรรม (เครื่องฉายต่าง ๆ เครื่องบันทึกเสียง
วิทยุ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ) มาใช้เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอน
เทคโนโลยีการศึกษาตามแนวคิดทางพฤติกรรมศาสตร์
จะพิจารณาเทคโนโลยีการศึกษาในเชิงการปฏิบัติทางการศึกษาให้สอดคล้องกับพฤติกรรมมนุษย์
โดยนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยา มานุษยวิทยา สังคมวิทยา กระบวนการกลุ่ม
การสื่อสาร ตลอดจนความรู้ทางช่าง และเครื่องมือต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในการจัด
การเรียนการสอน
เทคโนโลยีการศึกษาจึงเป็นการประยุกต์เอา
แนวความคิด หลักการ ทฤษฎี เทคนิค วิธีการ วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ เข้ามาใช้ในวงการศึกษาอย่างเป็นระบบ
เพื่อให้การศึกษามีประสิทธิภาพ (Efficiencey) ประหยัด
(Economy) และมีประสิทธิผล (Productivity)
ปัจจุบันสมาคมเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา
(Association
for Educational Communications and Teechnoloy : AECT ) แห่งสหรัฐอเมริกาได้ให้
ความหมายของเทคโนโลยีการศึกษาไว้ใหม่เมื่อ ปี พ.ศ. 2537 ว่า (Seels &
Ricchey, 1994 : 9) “เทคโนโลยีการศึกษาเป็นทฤษฎีและการปฏิบัติของการออกแบบ
การพัฒนา การใช้ การจัดการ และการประเมิน ของทรัพยากรสาหรับการเรียนรู้”
จากความหมายดังกล่าว
ทำให้เห็นแนวคิดในวงกว้างมากยิ่งขึ้นของเทคโนโลยีการศึกษาที่สามารถนาเทคโนโลยีการศึกษา
มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลการเรียนรู้ของผู้เรียนได้
ความหมายนี้ได้แบ่งเทคโนโลยีการศึกษาออกเป็น 5 ขอบเขต (Domains)
ได้แก่ การออกแบบ (Design) การพัฒนา (Development)
การใช้ (Utilization) การจัดการ (Management)
และการประเมิน (Evaluation) โดยแต่ละขอบเขตจะโยงเข้าสู่ศูนย์กลางของทฤษฎี
และปฏิบัติ ดังภาพ
ความสำคัญของเทคโนโลยีการศึกษา
เทคโนโลยีการศึกษามีความสำคัญต่อการศึกษามาก
ดังนี้
1.
ช่วยนำมวลประสบการณ์เข้ามาจัดการศึกษา มวลประสบการณ์ที่เราจะจัดการศึกษานั้นมีอยู่มากมายและหลากหลาย
ถึงแม้จะอยู่ห่างไกลตัวผู้เรียน ถูกจำกัดด้วยระยะทางและกาลเวลา
เทคโนโลยีการศึกษาก็ช่วยให้เราสามารถนาประสบการณ์ต่าง ๆ
เหล่านี้มาในโรงเรียนให้ผู้เรียนได้ศึกษาโดยสะดวกรวดเร็ว
2.
ช่วยขยายแหล่งวิทยากรมนุษย์ ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด
ให้สามารถใช้ได้อย่างกว้างขวางแหล่งวิทยากรมนุษย์ที่จะใช้ประโยชน์ในทางการศึกษานั้นมีอยู่จำกัด
จึงต้องหาเครื่อง
มือที่จะต้องขยายการใช้แหล่งวิทยากรมนุษย์ให้สามารถใช้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีการศึกษาสามารถจะขยายการใช้แหล่งวิทยากรมนุษย์ให้กว้างขวาง
3.
ช่วยจัดสภาวะการเรียนได้อย่างหลากหลาย ความคิดใหม่ในด้านการเรียนรู้ของคนนั้น
เราถือว่าคนเรียนได้ดีด้วยการกระทำแก้ปัญหาด้วยการเรียนเป็นกลุ่มใหญ่ เรียนเป็นกลุ่มเล็ก
และเรียนเป็นรายบุคคล สิ่งที่จะทำให้สามารถจัดสภาวะการเรียนเช่นนี้ได้
คือเทคโนโลยีการศึกษา
4.
ทำให้คุณภาพของสถานศึกษาเท่าเทียมกัน รัฐบาลมีนโยบาย ที่จะทำให้สถานศึกษาทุกหนทุกแห่งมีคุณภาพเท่าเทียมกัน
เทคโนโลยีการศึกษา จะเป็นวิธีหนึ่งที่ดี ที่จะทำให้คุณภาพของสถานศึกษามีความเท่าเทียมกัน
5.
ทำให้เกิดผลการเรียนรู้หลายด้าน ความคิดในด้านการเรียนรู้อีกประการหนึ่ง
การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งการเรียนรู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงได้นั้น
จะต้องมีผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นทั้งพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย
เทคโนโลยีการศึกษาจะช่วยให้เกิดผลการเรียนรู้ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
6.
ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียน ได้ลงมือกระทำด้วยตนเองจนเกิดการเรียนรู้ความคิดเรื่อง
บทบาทของครูในการสอนนั้น ปัจจุบันเห็นว่าการสอนนั้นมิใช่การบอกกล่าวแต่อย่างเดียว
แต่การสอนนั้นเป็นการจัดอำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียน เพื่อนักเรียนได้ลงมือกระทำด้วยตนเองจนเกิดการเรียนรู้
ความคิดเช่นนี้ย่อมมีความจำเป็นที่จะต้องนาเทคโนโลยีการศึกษาเข้ามาในโรงเรียน
7. ช่วยทำให้เกิดเหตุการณ์สอนที่สำคัญ
ที่ทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพการสอนที่เป็นระบบนั้น ย่อมประกอบด้วยเหตุการณ์ต่าง
ๆ อย่างน้อย 9 ประการคือ
1)
ดึงความตั้งใจ
2)
ให้ผู้เรียนทราบจุดมุ่งหมาย
3)
กระตุ้นนักเรียนให้ระ ลึกถึงสิ่งที่เรียนมาแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นแก่การเรียนใหม่
4)
เสนอวัสดุสิ่งเร้าเพื่อการเรียนรู้
5)
จัดแนะแนวการเรียนรู้
6)
ก่อให้เกิดการประกอบกิจโดยผู้เรียน
7)
จัดข้อมูลป้อนกลับให้แก่การกระทำที่ถูกต้อง
8)
ตรวจสอบประเมินการประกอบกิจ
9)
สนับสนุนส่งเสริมให้มีความคงทนในการจา และการถ่ายโยงการเรียนรู้
8.
ช่วยทำให้เกิด ภาวะเบื้องต้น ที่จำเป็นสาหรับการเรียนการสอน นักจิตวิยาการศึกษายอมรับกันว่า
ภาวะเบื้องต้น อันสำคัญต่อการเรียนรู้ทุกประเภทนั้น ได้แก่
1)
การเกิดขึ้นไล่เลี่ยกันของสิ่งเร้าและการตอบสนอง
2)
การปฏิบัติ
3)
การเสริมแรง
4)
การได้ข้อสรุป
5)
การจำแนกแยกแยะ
การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้สถานศึกษา
นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่โรงเรียนนำมาใช้
1)
ใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียน
เรียนศิลปะโดยการหัดวาดรูป ใช้โปรแกรม Microsoft Word โปรแกรม
Microsoft Excel โปรแกรม Microsoft PowerPoint
2)
ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ( Computer Assisted Instruction ) หรือ ( CAI ) เป็นกระบวนการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์นำเสนอเนื้อหาเรื่องราวต่าง
ๆ มีลักษณะเป็นการเรียนโดยตรง และเป็นการเรียนแบบมีปฏิสัมพันธ์
(Interactive)
3)
นักเรียนสามารถใช้ค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตศึกษาค้นคว้าข้อมูลในแต่ละกลุ่มสาระข่าวสารทางวิชาการอื่น
จากที่ต่าง ๆ
4)
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ( Electronic ) หรือ ( E-mail
) เพื่อใช้รับส่งข่าวสาร ข้อมูล รูปภาพ และส่งงานให้ครูตรวจในแต่ละกลุ่มสาระ
5)
นำระบบ e-Learning มาใช้ในการเรียนการสอนในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์
นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่โรงเรียนควรนำมาใช้
1) การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ( Electronic
Learning ) หรือ E-Learning การศึกษาเรียนรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ต(Internet)
หรืออินทราเน็ต(Intranet) เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
ผู้เรียนจะได้เรียนตามความสามารถและความสนใจของตน
โดยเนื้อหาของบทเรียนซึ่งประกอบด้วย ข้อความ รูปภาพเสียง
วิดีโอและมัลติมีเดียอื่นๆ จะถูกส่งไปยังผู้เรียนผ่าน Web Browser โดยผู้เรียน ผู้สอน และ เพื่อนร่วมชั้นเรียนทุกคน สามารถติดต่อ ปรึกษา
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันได้เช่นเดียวกับ การเรียนในชั้นเรียนปกติ
โดยอาศัยเครื่องมือการติดต่อ สื่อสารที่ทันสมัย(e-mail, web-board, chat) จึงเป็นการเรียนสำหรับทุกคน, เรียนได้ทุกเวลา
และทุกสถานที่ (Learn for all : anyone, anywhere and anytime)
2)
ห้องเรียนอัจฉริยะ ( Electronic Classroom ) หรือ
E-Classroom เป็นการจัดระบบบริหารจัดการห้องเรียน
ที่ใช้การเรียนการสอนแบบ On-Line
3)
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( E- Book ) และห้องสมุด
อิเล็กทรอนิกส์ ( E- Library ) เพื่อเสริมการเรียนการสอน
ให้แก่นักเรียน ครู และสำหรับสถานศึกษาที่สอนในระดับประถมปลาย เนื่องจากเด็กวัยนี้กำลังอยากรู้อยากเห็นและอยากพิสูจน์ความสามารถของตนเอง
4) การสอนบนเว็บ ซึ่งสามารถใช้ได้กับทุกวิชาโดยอาจจะใช้สอนทั้งรายวิชาหรือเพื่อประกอบเนื้อหาวิชาการสอน
แบ่งได้เป็น 5 รูปแบบ คือ1) ใช้เว็บทั้งวิชา
2) ใช้เว็บเสริม3) การใช้ทรัพยากรต่าง
ๆ บนเว็บเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหา4) ห้องเรียนเสมือน5)
การจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม
แนวทางการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาในโรงเรียน
ขั้นตอนการนำมาใช้ในโรงเรียน ประกอบด้วยขั้นตอน 6 ขั้นดังนี้
1.
จัดทำแผนการนำเทคโนโลยี มาใช้ต้องให้ผู้เกี่ยวข้องมีความเข้าใจ และเตรียมตัวในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องให้ประสานสอดคล้องกัน
การเตรียมงบประมาณรองรับให้ครอบคลุมค่าใช้จ่าย และคนที่จะดูแลระบบ
และผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบและทำความเข้าใจด้วย
2.
การพัฒนาหรือจัดหาระบบเทคโนโลยีที่ต้องการนำมาเข้าใช้ จะต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ
โดยการพิจารณา วิเคราะห์ และคัดเลือกด้วยวิธีการที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
และจัดหาผู้พัฒนาระบบและผู้ให้บริการที่จะปรับปรุงพัฒนาระบบที่จะนำมาบริหาร จัดการ
3.
การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม
มีความสำคัญต่อความสำเร็จและความล้มเหลวของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการมาก
เช่น การเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ หรือบุคลากรขาดความรู้
เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก จึงจำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้พิจารณาร่วมกันกับบุคลากรของโรงเรียน
4.
การพัฒนาบุคลากรที่ควบคุมการใช้เทคโนโลยี เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องให้งานประสบผลสำเร็จและมีประสิทธิภาพ
และใช้งานอย่างครบถ้วน
5.
การบำรุงรักษา ให้เหมาะสมกับความต้องการและการเปลี่ยนแปลงและสอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่
6.
การติดตาม ประเมินผล ควรประเมิน 2 ส่วนคือ
ส่วนแรกต้องประเมินผลงานที่กำหนดไว้ในแผน และประเมินความพึงพอใจในการบริการ
ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีมาใช้ในโรงเรียน
การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน
และการค้นคว้า
จนทำให้ครูและนักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็นประโยชน์ต่อการ
เรียนทั้งนี้โรงเรียนได้พัฒนา ระบบต่าง ๆ ดังนี้
1.
ติดตั้งระบบ Fiber optic เครือข่ายภายในโรงเรียน
(LAN) และ Internet ความเร็วสูงทั้งระบบ
2.
พัฒนาระบบแจ้งผลการเรียนให้นักเรียนและผู้ปกครองทราบทางอินเตอร์เน็ต
โดยอำนวยความสะดวก ให้ผู้ปกครองสามารถตรวจสอบผลการเรียนของนักเรียนจากที่บ้านได้
และอบรมให้ครูส่งผลการเรียนทางอินเตอร์เน็ต เพื่อช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่งานทะเบียน
และลดภาระของครูผู้สอนในการบันทึก ปพ. ในระบบเก่า
3.
การให้บริการอินเตอร์เน็ตให้แก่นักเรียนเพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นคว้าข้อมูลในการทำรายงานหรือการเรียนการสอน
4. พัฒนาระบบ E-learning เพื่อให้มีการเรียนการสอนด้วยระบบ
E-learning ที่สมบูรณ์ ครู และนักเรียนมีความเข้าใจในการใช้งานระบบนี้
และใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการเรียนการสอน
มีระบบกลั่นกรองเว็บไซต์ที่ไม่พึงประสงค์
5. พัฒนาเว็บไซต์ของโรงเรียน ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายของบุคคลทั่วไป
และเป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูลสำหรับครูผู้สอนและนักเรียน
รวมทั้งเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่าง ๆ ของโรงเรียน และงานกิจกรรมต่าง ๆ
ของโรงเรียนให้หน่วยงานภายนอกได้รับรู้
6. นำระบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book)
มาให้บริการในห้องสมุดออนไลน์
และสามารถสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้และจากห้องสมุดทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นสื่อผสมในรูปคลิปวีดีโอ
ภาพ การ์ตูน animation
7. ในด้านการบริหารมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง
โดยให้ทุกฝ่าย/งานใช้การอ้างอิงจากฐานข้อมูลเดียวกันทั้งโรงเรียน
โดยนำโปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนาระบบฐานข้อมูล มาใช้ในการบริหารระบบงานของโรงเรียน
โดยขั้นแรกจะมีการอบรมให้ครูแกนนำ
เพื่อถ่ายทอดต่อกับเพื่อนครูและอบรมให้ฝ่าย/งานที่เกี่ยวข้องที่ใช้โปรแกรมฐานข้อมูลร่วมกัน
คือ
7.1 ฝ่ายบริหารงานวิชาการ เช่น การจัดทำตารางสอน
งานทะเบียนนักเรียน งานห้องสมุด
7.2 ฝ่ายบริหารงานบุคคล เช่น
งานบันทึกพฤติกรรมนักเรียน การลา มาสาย การทำความผิดของครู
7.3 ฝ่ายบริหารทั่วไป เช่น ระบบงานสารบรรณ
การรับ-ส่งหนังสือ E-office งานอาคำรสถานที่
7.4 ฝ่ายบริหารงบประมาณ เช่น งานการเงิน
งานพัสดุ ฯลฯ
ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ
จากการที่โรงเรียนได้บริหารงานแบบมีส่วนร่วม
ฝ่ายบริหารกับครูมีความสัมพันธ์กัน มีการนิเทศ ติดตามและประเมินแบบกัลยาณมิตร
ร่วมคิดร่วมทำ ร่วมกันแก้ปัญหา มีลักษณะเป็นประชาธิปไตยสูงทำให้การดำเนินงานต่าง ๆ
ของโรงเรียนประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง
อ้างอิง
อิศราพร
ชัยงาม (2557).
นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา (ออนไลน์). แหล่งที่มา : http://edu.pcru.ac.th/edu2012/pcru/page/itsarapron2/.
13 สิงหาคม 2558
อ.ดร.สุพล
ฉุนแสนดี (2557).
นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา (ออนไลน์). แหล่งที่มา : https://sites.google.com/a/srru.ac.th/supoldeeteacher/wicha-nwatkrrm-laea-thekhnoloyi-thangkar-suksa.
13 สิงหาคม 2558
ผู้เขียน นายต่อพงศ์ จริยศิลป์ 26/22/2558
ผู้เขียน นายต่อพงศ์ จริยศิลป์ 26/22/2558
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น